๑۩۞۩๑ ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บบล๊อกของผมครับ ๑۩۞۩๑

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553

รายชื่อประเทศทั่วโลก ทั้งหมด 193 ประเทศ

รายชื่อประเทศทั่วโลก

ปัจจุบันโลกของเรานี้มี  193 ประเทศ แยกตามทวีป ดังนี้

ทวีปเอเชีย มี 48 ประเทศ
1.อัฟกานิสถาน
2.อาร์เมเนีย
3.อาเซอร์ไบจาน
4.บาห์เรน
5.บังกลาเทศ
6.ภูฏาน
7.บรูไนดารุสซาลาม
8.กัมพูชา
9.จีน
10.ไซปรัส   
11.จอร์เจีย
12.อินเดีย
13.อินโดนีเซีย
14.อิหร่าน
15.อิรัก
16.อิสราเอล
17.ญี่ปุ่น
18.จอร์แดน
19.คาซัคสถาน
20.เกาหลีเหนือ
21.เกาหลีใต้
22.คูเวต
23.ตีร์กีซสถาน   
24.ลาว
25.เลบานอน
26.มาเลเซีย
27.มัลดีฟส์
28.มองโกเลีย
29.พม่า
30.เนปาล
31.โอมาน 
32.ปากีสถาน
33.ฟิลิปปินส์
34.กาตาร์      
35.ซาอุดีอาระเบีย
36.สิงคโปร์
37.ศรีลังกา
38.ซีเรีย
39.ทาจิกิสถาน
40.ไทย
41.ตุรกี
42.เติร์กเมนิสถาน
43.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
44.อุซเบกิสถาน    
45.เวียดนาม
46.เยเมน
47.ติมอร์เลสเต และ
48.ไต้หวัน (แต่สหประชาชาติไม่รับรองเป็นประเทศ)

ทวีปออสเตรเลียและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก มี 14 ประเทศ
1.ออสเตรเลีย
2.ฟิจิ
3.คิริบาตี
4.หมู่เกาะมาร์แชลล์
5.ไมโครนีเซีย
6.นาอูรู
7.นิวซีแลนด์
8.ปาเลา
9.ปาปัวนิวกีนี
10.ซามัว
11.หมู่เกาะโซโลมอน
12.ตองกา
13. ตูวาลู
14.วานูอาตู

ทวีปยุโรป  มี 43 ประเทศ
1.แอลเบเนีย
2.อันดอร์รา
3.ออสเตรีย
4.เบลารุส
5.เบลเยียม
6.บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
7.บัลแกเรีย
8.โครเอเชีย
9.เช็ก
10.เดนมาร์ก
11.เอสโตเนีย
12.ฟินแลนด์
13.ฝรั่งเศส
14.เยอรมนี
15.กรีซ
16.ฮังการี
17.ไอซ์แลนด์
18.ไอร์แลนด์
19.อิตาลี
20.ลัตเวีย
21.ลิกเตนสไตน์
22.ลิทัวเนีย
23.ลักเซมเบิร์ก
24.มาซิโดเนีย
25.มอลตา
26.มอลโดวา
27.โมนาโก
28.เนเธอร์แลนด์
29.นอร์เวย์
30.โปแลนด์
31.โปรตุเกส
32.โรมาเนีย
33.รัสเซีย
34.ซานมารีโน
35.สโลวะเกีย
36.สโลวีเนีย
37.สเปน
38.สวีเดน
39.สวิตเซอร์แลนด์
40.ยูเครน
41.สหราชอาณาจักร
42.นครรัฐวาติกัน
43.เซอร์เบียและมอนเตเนโกร

ทวีปอเมริกาเหนือ มี 22 ประเทศ
1.กัวเตมาลา
2.เกรเนดา
3.คอสตาริกา
4.คิวบา
5.แคนาดา
6.จาเมกา
7.เซนต์คิตส์และเนวิส (เซนต์คริสโตเฟอร์เนวิส)
8.เซนต์ลูเซีย
9.เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์
10.โดมินิกา
11.บาร์เบโดส
12.นิการากัว
13.บาฮามาส
14.เบลีซ
15.ปานามา
16.เม็กซิโก
17.สหรัฐอเมริกา
18.โดมินิกัน
19.เอลซัลวาดอร์
20.แอนติกาและบาร์บูดา
21.ฮอนดูรัส
22.เฮติ

ทวีปอเมริกาใต้ มี 13 ประเทศ
1.กายอานา
2.โคลอมเบีย
3.ชิลี
4.ซูรินาเม
5.ตรินิแดดและโตเบโก
6.บราซิล
7.โบลิเวีย
8.ปารากวัย
9.เปรู
10.เวเนซุเอลา
11.อาร์เจนตินา
12.อุรุกวัย
13.เอกวาดอร์

ทวีปแอฟริกา มี 53 ประเทศ
1.กานา
2.กาบอง
3.กินิบิสเซา
4.กินี
5.แกมเบีย
6.โกตดิวัวร์
7.คองโก
8.คอโมโรส
9.เคนยา
10.เคปเวิร์ด
11.แคเมอรูน
12.จิบูตี
13.ชาด
14.ซิมบับเว
15.ซูดาน
16.เซเชลส์
17.เซเนกัล
18.เซาโตเมและปรินซิเป
19.เซียร์ราลีโอน
20.แซมเบีย
21.โซมาเลีย
22.ตูนิเซีย
23.โตโก
24.แทนซาเนีย
25.นามิเบีย
26.ไนจีเรีย
27.ไนเจอร์
28.บอตสวานา
29.บุรุนดี
30.บูร์กินาฟาโซ
31.เบนิน
32.มอริเซียส
33.มอริเตเนีย
34.
มาดากัสการ์
35.มาลาวี
36.มาลี
37.โมซัมบิก
38.โมร็อกโก
39.ยูกันดา
40.รวันดา
41.ลิเบีย
42.เลโซโท
43.ไลบีเรีย
44.สวาซิแลนด์
45.คองโก
46.แอฟริกากลาง
47.อิเควทอเรียลกินี
48.อียิปต์
49.เอธิโอเปีย
50.เอริเทรีย
51.แองโกลา
52.แอฟริกาใต้
53.แอลจีเรีย


ทั้งนี้ การแบ่งกลุ่มประเทศแยกเป็นทวีปเป็นไปตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี และประกาศราชบัณฑิตยสถาน เรื่องกำหนดชื่อประเทศดินแดนเขตการปกครองและเมืองหลวง ประจำปี 2544 สะกดอักษรก็เช่นกัน

(ข้อมูลเมื่อ 8 กันยายน 2548)
เพิ่มข้อมูลที่เคยลงไปแล้ว ประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดคือประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย 17,075,400 ตารางกิโลเมตร ส่วนประเทศที่มีพื้นที่เล็กที่สุดคือประเทศนครรัฐวาติกัน 0.3 ตารางกิโลเมตร
ที่มา  :  http://www.matichon.co.th/youth/youth.php 

เพิ่มเติม 

โลกเรามีกี่ทวีปๆอะไรเล็กที่สุดและทวีปไหนมีคนอยู่น้อยที่สุด

ทวีป หมายถึง แผ่นดินขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันบนพื้นโลก การแบ่งทวีปในโลกไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน โดยทั่วไปทวีปต้องเป็นพื้นกว้างใหญ่ ไม่รวมพื้นที่ที่จมอยู่ใต้น้ำ และมีเขตแดนเด่นชัดทางภูมิศาสตร์ แม้ว่าบางคนเชื่อว่าในโลกมีทวีปอยู่ 4-5 ทวีป แต่ส่วนใหญ่จะนับได้ 6-7 ทวีป

การแบ่งทวีปที่ไม่ชัดเจน ทำให้เกิดการขัดแย้งกันอยู่ 2 กรณีใหญ่ ๆ คือ ทวีปยุโรปกับเอเชียควรแยกกันหรือรวมกันเป็นทวีปยูเรเชีย (Eurasia) และทวีปอเมริกาเหนือกับทวีปอเมริกาใต้ควรแยกกันหรือรวมกันเป็นทวีปอเมริกา นักภูมิศาสตร์บางท่าน (ส่วนน้อย) คิดว่าควรรวมยุโรป เอเชีย และแอฟริกา เป็นทวีปยูราเฟรเชีย (Eurafrasia) (ดู ทวีปแอฟริกา-ยูเรเชีย)

โรงเรียนในสหรัฐอเมริกาสอนว่ามี 7 ทวีป ขณะที่อเมริกาเหนือสอนว่ามี 6 ทวีป (รวมยุโรปกับเอเชียเป็นยูเรเชีย) ยุโรป อเมริกาใต้ รวมทั้งสหราชอาณาจักรและเม็กซิโก สอนว่ามี 5 ทวีป (รวมอเมริกาเหนือกับอเมริกาใต้เป็นทวีปอเมริกา ไม่มีทวีปแอนตาร์กติกา) ในกีฬาโอลิมปิกแยกโลกเป็น 5 ทวีป (ตามสัญลักษณ์ห่วง 5 วง) ตามทวีปที่มีคนอาศัยอยู่ถาวร (ไม่รวมทวีปแอนตาร์กติกาที่มีคนอยู่ชั่วคราว และควบรวมอเมริกาเหนือกับอเมริกาใต้เป็นทวีปอเมริกา)

ระบบต่าง ๆ ของการแบ่งทวีป

7 ทวีป : แอฟริกา แอนตาร์กติกา เอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และอเมริกาใต้
6 ทวีป : แอฟริกา แอนตาร์กติกา โอเชียเนีย ยูเรเชีย อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้
6 ทวีป : แอฟริกา อเมริกา แอนตาร์กติกา เอเชีย โอเชียเนีย และยุโรป
5 ทวีป : แอฟริกา อเมริกา โอเชียเนีย แอนตาร์กติกา และยูเรเชีย
5 ทวีป : แอฟริกา อเมริกา โอเชียเนีย ยุโรป และเอเชีย
4 ทวีป : อเมริกา โอเชียเนีย แอนตาร์กติกา และแอฟริกา-ยูเรเชีย
 
ทวีปที่ใหญ่ที่สุด คือ ทวีปเอเชีย
ทวีปที่เล็กที่สุด  คือ ทวีปออสเตรเลีย
ทวีปที่มีพลเมืองมากที่สุด  คือ ทวีปเอเชีย
ทวีปที่มีพลเมืองน้อยที่สุด  คือ ทวีปแอนตาร์กติกา
ทวีปที่มีประเทศมากที่สุด คือ ทวีปแอฟริกา

ทวีปที่เล็กที่สุดในโลก คือ ทวีปออสเตรเลีย มีพื้นที 7,682,705 ตารางกิโลเมตรหรือร้อยละ 5.7 % ของพื้นดินทั้งโลก

ทวีปที่มีพลเมืองน้อยที่สุด คือทวีปแอนตาร์กติกา

ถ้าเลือกได้ขออยู่ทวีปเอเชีย เพราะภ้ยธรรมชาติมีน้อย ภูมิอากาศ ภูมิประเทศไม่โหดร้าย ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่อัธยาศัยดี มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์.....
 
ตามหลักการพื้นฐานของนักรัฐศาสตร์แล้ว "ประเทศ" หรือ "รัฐ-ชาติ" จะต้องมีองค์
ประกอบด้วยกัน  4  อย่าง ได้แก่ ดินแดน  ประชาชน  รัฐบาล และ อำนาจอธิปไตย หากขาดอย่าง
หนึ่งอย่างใดไปก็จะไม่เรียกว่ารัฐ  ซึ่งหากพิจารณาจากหลักการข้างต้นแล้วเราขอฟันธงว่าโลกนี้มี
ทั้งหมด  193 ประเทศ         ทว่า หากนับตามการเป็นสมาชิกของการองค์การสหประชาชาติแล้วจะพบว่ามีเพียง  192 
ประเทศเท่านั้น เนื่องจาก "นครรัฐวาติกัน" ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ อย่างไร
ก็ตาม  ตามหลักรัฐศาสตร์ต้องถือว่า "นครรัฐวาติกัน" ก็เป็นหนึ่งประเทศเช่นกัน  เพราะมีองค์
ประกอบครบ 4 ประการ ตามหลักข้างต้น
         นครรัฐวาติกัน มีสมเด็จพระสันตะปาปาเป็นประมุขของประเทศ  และเป็นหัวหน้าสมณะ
กระทรวงต่างๆ  ซึ่งเทียบเท่ากับ ตำแหน่งหัวหน้าคณะรัฐมนตรีในทางโลกนั่นเอง นอกจากนี้ยัง
มีประชากรชาวคริสเตียนอาศัยอยู่ในนครรัฐ และมีอาณาบริเวณที่รัฐบาลอิตาลียิมยอมมอบให้เป็น
กรรมสิทธิ์ด้วย และที่สำคัญที่สุดนครรัฐวาติกัน ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลของประเทศอื่นๆ 
ให้ถือว่าเป็นรัฐๆหนึ่งบนโลก
        ทั้งนี้  อีกหนึ่งข้อสังเกตที่จะทำให้เรารู้ว่าดินแดนใดดินแดนหนึ่งได้รับการยอมรับให้เป็น
ประเทศหรือไม่นั้น  ดูได้จากว่ามีสถานทูตของประเทศนั้นๆ ในประเทศอื่นๆ หรือไม่ อย่างนคร
รัฐวาติกันจะเห็นได้ชัดว่ามีสถานทูตอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก เมื่อเทียบกับไต้หวัน ซึ่งใครหลาย
คนยังคงเข้าใจว่าเป็นหนึ่งประเทศนั้น  แท้จริงแล้วแทบจะไม่มีประเทศใดเลยที่มีสถานทูตไต้หวัน
ตั้งอยู่ จะมีก็แต่เพียงหน่วยงานที่ทำหน้าที่คล้ายกับสถานทูตแต่ก็ไม่ได้อยู่ในสถานะเดียวกับสถานทูต

แล้วอย่างนี้ไต้หวันยังถือเป็นหนึ่งประเทศหรือไม่?
                                 
        ถ้านำหลักพื้นฐานทางรัฐศาสตร์ว่าด้วยคำนิยามของคำว่า รัฐ-ชาติ มาอธิบายในกรณีของไต้หวัน
อาจดูเหมือนว่าไต้หวันมีคุณสมบัติครบทั้ง  4  ประการเฉกเช่นเดียวกับรัฐอื่นๆ กล่าวคือ มี ดินแดน
ประชากร รัฐบาล และอำนาจอธิปไตย  หากแต่สิ่งสำคัญที่ไต้หวันไม่มีก็คือ การยอมรับจากนานาชาติ
โดยรัฐบาลของประเทศต่างๆ ไม่ยอมรับว่าไต้หวันเป็นรัฐอิสระ  เพราะมองว่า ดินแดนของไต้หวัน
ถือเป็นส่วนหนึ่งของจีน ซึ่งก็ส่งผลไปถึงหลักข้อที่ว่าเรื่องอำนาจอธิปไตยด้วย เมื่อไต้หวันเป็นส่วน
หนึ่งของจีน ก็ย่อมไม่มีอำนาจอธิปไตยเป็นของตัวเอง
       ด้วยเหตุนี้  จึงทำให้ไต้หวันขาดคุณสมบัติสำคัญ 2 ข้อ ตามหลักพื้นฐานทางรัฐศาสตร์   นั่นก็คือ  
เรื่องของดินแดน กับ อำนาจอธิปไตย  ดังนั้น ไต้หวันจึงไม่จัดว่าเป็นประเทศ
        ทั้งนี้  ข้อสังเกตหนึ่งที่ทำให้เราทราบว่า ไต้หวันไม่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศใน
ฐานะรัฐ หรือประเทศๆ หนึ่งบนโลก ก็คือ การที่ไต้หวันไม่มีสถานทูตในต่างประเทศนั่นเอง
        นอกจากนี้ ไต้หวันยังไม่ได้เป็นสมาชิกของสหประชาชาติ นับตั้งแต่ปี   1971  เป็นต้นมา 
ภายหลังจากที่จีนได้รับการยอมรับจาก สหประชาชาติให้เป็นหนึ่งในสมาชิกถาวรแทน โดยแม้ว่า
ไต้หวันจะพยายามสมัครเข้าเป็นสมาชิกอีกกี่ครั้ง  แต่ทุกครั้งก็จะถูกจีนวีโต้ตลอด เพราะจีนถึงว่า
ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน
        ในปัจจุบัน หลักการที่จะยอมรับดินแดนเกิดใหม่ให้เป็น 1ประเทศ จะอาศัยการยอมรับจาก
สมัชชาสหประชาชาติให้เข้าเป็นสมาชิกใหม่เป็นหลัก  กล่าวคือ หากดินแดนใดได้เป็นสมาชิกของ
สหประชาชาติก็ถือว่าดินแดนนั้นเป็นประเทศ ซึ่งดินแดนน้องใหม่ที่เพิ่งจะสมัครเข้าเป็นสมาชิก
ของสหประชาชาติล่าสุด เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา  ก็คือ ประเทศมอนเตเนโกร นั่นเอง
โดยเข้าเป็นสมาชิกของสหประชาชาติในลำดับที่ 192
        ท้ายนี้ ขอสรุปรวบยอดอีกครั้งหนึ่งว่าโลกของเรามีทั้งหมด 193  ประเทศ ซึ่งหมายรวมถึง
นครรัฐวาติกันที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของ สหประชาชาติด้วย  โดยประเทศน้องใหม่ล่าสุดลำดับที่ 
193 คือ มอนเตเนโกร ส่วนไต้หวันนั้น ปัจจุบันยังไม่ถือว่ามีสถานะเป็นประเทศ

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ20 ธันวาคม 2554 22:38

    แล้วซูดานใต้ละครับ

    "ซูดานใต้" กลายเป็นประเทศใหม่ที่สุดของโลกแล้วในเช้าวันนี้ (9 ก.ค.) โดยแยกตัวออกอย่างเป็นทางการจาก "ซูดาน" หลังจากเกิดสงครามกลางเมืองขนาดใหญ่สองครั้งในช่วงกว่า 50 ปีที่ผ่านมา ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนจำนวนนับล้านคน

    ที่กรุงจูบา เมืองหลวงแห่งใหม่ล่าสุดของโลกท้องถนนเต็มไปด้วยการเฉลิมฉลอง และการเต้นรำ ประชาชนต่างกู่ร้องชื่อของประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งก็คือนายซัลวา เคอร์

    "สาธารณรัฐซูดานใต้" ได้ประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 00.01 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันนี้ และทำให้ประเทศที่เคยมีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกาถูกแบ่งออกเป็นสอง ซึ่งถือเป็นการบรรลุจุดสุดยอดของการลงประชามติประกาศความเป็นเอกราชเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นการรับรองข้อตกลงการสงบศึกระหว่างดินแดนเหนือ-ใต้ เมื่อปี 2005

    และเมื่อการเฉลิมฉลองสิ้นสุดลง ประชาชานชาวซูดานจะต้องต่อสู้ต่อไป แม้ว่าประเทศจะอุดมไปด้วยทรัพยากรน้ำมัน แต่อดีตประเทศซูดานก็ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความยากจนที่สุดในโลก ปัญหาความขัดแย้งที่ยังไม่ได้รับการสะสางระหว่างฝ่ายเหนือและใต้ อาจหมายถึงความขัดแย้งครั้งใหม่ระหว่างเส้นแบ่งพรมแดนเส้นใหม่ โดยประชาชนอย่างน้อย 2 ล้านคน ต้องสังเวยชีวิตให้กับสงครามกลางเมืองในซูดานครั้งล่าสุด ระหว่างปี 1983-2005

    ข้อตกลงด้านสันติภาพจากนานาชาติที่บังคับใช้เมื่อปี 2005 สิ้นสุดลงเมื่อหลังช่วงเที่ยงคืนวันศุกร์ ซึ่งนั่นเป็นเวลาที่ซูดานใต้ ประกาศแยกตัวอย่างและประกาศตนเป็นประเทศใหม่อย่างเป็นทางการ

    ซูดานใต้จะกลายเป็นประเทศใหม่ลำดับที่ 193 ที่ได้รับการรับรองจากสหประชาชาติอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า และถือเป็นประเทศในทวีปแอฟริกาลำดับที่ 54 ที่เป็นชาติสมาชิกของยูเอ็น

    โดยในช่วงเย็นวันนี้ ผู้นำนานาชาติจะเข้าร่วมงานพิธีเฉลิมฉลอง อาทิ นายบัน คีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งเดินทางมาถึงแล้ว นายโคลิน พาเวลล์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และประธานาธิบดีโอมาร์ เอล-บาเชียร์ แห่งซูดาน

    รัฐบาลชุดใหม่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ ในการจัดการและรับมือกับกองทัพอันหยิ่งทะนงและโหดร้าย การจัดการกับปัญหาทรัพยากรน้ำมัน และจัดการแบ่งสรรปันส่วนอำนาจระหว่างชนกลุ่มน้อยและกองทัพที่แบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่าย นอกจากนั้นยังรวมถึงการจัดหาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน สาธารณสุข การศึกษา ให้แก่ประชาชนกว่า 8 ล้านคน

    ตอบลบ